ด้าน the scientific worldview
ปลายเกรด 12 นักเรียนต้องรู้ว่า
1. วิทยาศาสตร์นั้นขึ้นอยู่กับสมมุติฐานว่าจักรวาลนั้นอยู่ในระบบเดียวกัน ใช้กฎพื้นฐานในทุกแห่งในรูปแบบเดียวกัน ซึ่งสามารถเข้าใจถึงการศึกษาระบบนั้นอย่างระมัดระวัง
2. ในบางครั้ง มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในมุมมองทางวิทยาศาสตร์ของความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ที่เริ่มจากการดัดแปลงความรู้เดิม ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องและเปลี่ยนแปลงไปซึ่งเป็นคุณสมบับัติที่ถาวร แน่นอนของวิทยาศาสตร์
3. ไม่ว่าทฤษฎีหนึ่งจะดี เหมาะสมกับการสำรวจจะเป็นอย่างไร ทฤษฎีใหม่ๆนั้นอาจจะเหมาะสมหรือดีกว่า หรืออาจจะมีการสำรวจที่มีช่วงกว้างกว่าก็อาจเป็นได้
4. ในทางวิทยาศาสตร์ การทดสอบ แก้ไขปรับปรุง หรือการยกเลิกทฤษฎี ทั้งใหม่และเก่าไม่มีวันจบ กระบวนการดำเนินไปเรื่อยๆ นำไปสู่การเข้าใจที่ดีกว่า ว่าสิ่งนั้นทำงานอย่างไรในโลก แต่ก็ไม่สมบูรณ์อย่างแท้จริง
5. ข้อมูลต่างๆสามารถสืบได้ในทางวิทยาศาสตร์ หลักฐานที่เข้าถึงคุณค่าของวิทยาศาสตร์ ทำให้ดีขึ้นโดยความสามารถของนักวิทยาศาสตร์ โดยเสนอความจริง อธิบายและทำนายอย่างถูกต้อง
Scientific Inquiry
เมื่อจบ เกรด 12 แล้วนักเรียนควรจะรู้
1. การสืบสวนด้วยเหตุผลที่ต่างกัน รวมทั้งการสำรวจปรากฏการเพื่อตรวจสอบเหตุผลครั้งก่อน เพื่อทดสอบทฤษฎีนั้นทำนายอย่างไร และนำไปเปรียบเทียบกับทฤษฎีอื่น
2. สมมติฐานกว้างๆในวิทยาศาสตร์ เพื่อใช้เลือกข้อมูลต่างๆและรวมทั้งข้อมูลที่ค้นพบเพิ่มเติม และนำไปสู่การแปลความหมายของข้อมูล (ทั้งข้อมูลใหม่และข้อมูลเดิม)
3. บางครั้งนักวิทยาศาสตร์ต้องควบคุมเงื่อนไขเพื่อให้ได้ผลที่ชัด เมื่อเป็นไปไม่ได้ ให้ฝึก และมีจรรยา พยายามสังเกตขอบเขตที่กว้างของธรรมชาติ ที่เกิดขึ้นและเป็นไปได้ เพื่อเป็นรูปแบบที่ชัดเจน
4. มีความแตกต่างกันในวิทยาศาสตร์ที่จะพิสูจน์อย่างไร แต่ก็แบ่งความคิดกันโดยใช้การโต้เถียงที่มีเหตุผลโดยมีหลักฐานที่ชัดเจน
5. กลุ่มวิจัยของนักวิทยาศาสตร์นำไปสู่สิ่งที่คล้ายกัน แต่อาจจะมีความยุ่งยากเกี่ยวกับจุดมุ่งหมายในวิธีการและการค้นพบ ด้วยเหตุผลนี้นักวิทยาศาสตร์คาดหวังที่จะค้นหาข้อมูลที่เป็นไปได้ เพื่อที่จะออกแบบการค้นคว้าและวิเคราะห์ข้อมูลตรวจสอบแต่ละเหตุผลเพื่อช่วยในการอธิบาย แต่ไม่รับประกันว่าจะไม่ลำเอียง
6. ในการทำงานสั้นๆ ความคิดของนักวิทยาศาสตร์จะไม่ดีพอเมื่อต้องเจอกับวิกฤต
7. ในการทำงานระยะยาวทฤษฎีจะถูกเลือกโดยการสังเกตสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์อธิบายได้ อธิบายการสังเกตได้ดีอย่างไร และใช้ทำนายได้ถูกต้องอย่างไร
8. ความคิดใหม่ของนักวิทยาศาสตร์มีบริบทที่จำกัดซึ่งพวกเขาได้คิดขึ้น แต่ก็ถูกปฏิเสธด้วยหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ บางครั้งก็มีสาเหตุมาจากการไม่คาดหวังในการค้นพบ และทำได้ช้า ต้องได้รับการสนับสนุนจากการสืบเสาะหลายๆทาง
9. สัญชาติ เพศ อายุ ถิ่นกำเนิด การถูกลงโทษทางการเมืองของนักวิทยาศาสตร์ และอื่นๆ อาจทำให้มีความโอนเอียงในการแปลเหตุการณ์ต่างๆ
10.เพื่อให้เป็นประโยชน์ สมมติฐานควรเป็นสิ่งที่สนับสนุนและขัดแย้ง สมมติฐานไม่มีในหลักการ สามารถทดสอบได้หากสนใจ แต่อาจไม่ใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์
11. เหตุผลที่ลำเอียงในการสืบเสาะทางวิทยาศาสตร์ ตัวอย่าง วิธีการ และอุปกรณ์ไม่สมบูรณ์ นักวิทยาศาสตร์ต้องรู้ถึงความเป็นไปได้ที่เกิดการเอนเอียงข้อมูล และมีอิทธิพลต่อเหตุการณ์อย่างไร
12. เพื่อหลีกเลี่ยงการสังเกตที่เอนเอียง การศึกษาทางวิทยาศาสตร์บางครั้งใช้การสังเกตซึ่งจะไม่รู้ว่าอะไรเป็นเหตุผลในการตั้งข้อสมมติ
The Scientific Enterprise
เมื่อจบ เกรด 12 แล้วนักเรียนควรจะรู้
1.วัฒนธรรมของชาวอียิบ กรีก จีน ฮินดู และอารบิก ในสมัยก่อน ได้ตอบสนองความคิดทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์หลายอย่าง และเทคโนโลยีในการประดิษฐ์คิดค้น วิทยาศาสตร์สมัยใหม่เป็นพื้นฐานของวัฒนธรรม ของยุโรบเมื่อ 500 ปีที่ผ่านมา ประชาชนจากหลายๆวัฒนธรรมได้สนับสนุนประเพณีนั้นวัฒนธรรมของชาวอียิบ กรีก จีน ฮินดู และอารบิก ในสมัยก่อน ได้ตอบสนองความคิดทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์หลายอย่าง และเทคโนโลยีในการประดิษฐ์คิดค้น วิ
4.ทยาศาสตร์สมัยใหม่เป็นพื้นฐานของวัฒนธรรม ของยุโรบเมื่อ 500 ปีที่ผ่านมา ประชาชนจากหลายๆวัฒนธรรมได้สนับสนุนประเพณีนั้น
3. วิทยาศาสตร์เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ และได้พัฒนาเทคโนโลยีขึ้น
4. วิทยาศาสตร์ฝึกการเรียนรู้แตกต่างจากการเรียนรู้แบบอื่น การใช้เทคนิค การได้พยายามค้นคว้า แต่แบ่งจุดประสงค์และปรัชญา และทั้งหมดคือส่วนของนักวิทยาศาสตร์ที่คล้ายกัน ถึงแม้ว่าการฝึกนี้เป็นโครงสร้างขององค์กร และความรู้ ปัญหาหลายๆอย่างเรียนรู้โดยนักวิทยาศาสตร์ ใช้ข้อมูลและทักษะจากการฝึกฝนหลายๆอย่าง ซึ่งอาจไม่ได้แก้ไขอะไร และอาจมีวิทยาศาสตร์ใหม่ๆ การฝึกนี้อาจออกไปพบอะไรที่ข้างนอกและกลายเป็นการฝึกใหม่ที่ถูกต้อง
5. ปัจจุบันจรรยาบรรณในวิทยาศาสตร์รวมถึงหัวข้อที่วิจัยเกี่ยวกับมนุษย์ซึ่งต้องเป็นหัวข้อที่ได้รับการอนุญาต ถึงแม้จะจำกัดในศักยภาพความสำคัญของการวิจัยและอิทธิพลของผลที่เกิดขึ้น
6. การวิจัยที่มีความเสี่ยงในสังคม นักวิทยาศาสตร์ต้องตัดสินใจที่จะวิจัยบนพื้นฐานทางจริยธรรมของนักวิทยาศาสตร์
7.นักวิทยาศาสตร์สามารถนำมาข้อมูลข่าวสาร, การเข้าใจอย่างลึกซึ้ง, และความชำนาญเกี่ยวกับการวิเคราะห์ซึ่งเกี่ยข้องกับสาธาณะ ทำด้วยความชำนาญ, นักวิทยาศาสตร์สามารถช่วยผู้คนเข้าใจพอกเหตุการณ์ และคะเนผลกระทบเป็นไปได้ของเขาทั้งหลาย
8. นอกจากความเชี่ยวชาญแล้ว นักวิทยาศาสตร์ควรมีความสุข ไม่มีความน่าเชื่อถือเป็นพิเศษ
9. ที่ซึ่งนักวิทยาศาสตร์เป็นที่ยอมยอมรับส่วนบุคคล, สถาบัน, หรือสิ่งที่น่าสนใจที่จะได้, เขา หรือเธออาจจะมีอคติเป็นอื่นๆ
10 .ธรรมเนียมของวิทยาศาสตร์, รวมถึงคำมั่นสัญญาให้ตำแหน่งเท่ากัน และการประกาศใช้สำหรับนักวิทยาศาสตร์ที่ดีภายในพฤติกรรมเชี่ยวชาญเกี่ยวกับหลักจริยธรรม การหลอกลวงถูกเปิดเผยพอ หรือต่อมาโดยวิทยาศาสตร์เอง เมื่อการละเมิดของธรรมเนียมเกี่ยวกับหลักจริยธรรมเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ถูกค้นพบ, เขาที่ถูกตำหนิอย่างแรงโดยชมรมวิทยาศาสตร์, และผู้ละเมิดจะประสบปัญหากับการเอาใจใส่ของนักวิทยาศาสตร์อื่นๆ
11. การเงินทุนมีอิทธิพลในวิทยาศาสตร์เพราะการตัดสินใจในการค้นคว้าวิจัยเพื่อจะสนับสนุน การค้นคว้าวิจัยที่เงินทุนมาจากบริษัทตัวแทนรัฐบาลสหพันธ์ต่างๆ, อุตสาหกรรม, และมูลนิธิส่วนตัว
12. นักวิทยาศาสตร์ไม่สามารถนำมาตอบรับเหตุการณ์ของการถกเถียงสาธารณะบ่อยๆ อาจจะมี ข้อมูลเชื่อถือได้เล็กน้อยที่มีอาจจะยังไม่มีทฤษฎีเหมาะสมที่จะเข้าใจปรากฎการณ์ หรือคำตอบอาจจะรวมถึงการเปรียบเทียบการโกหกภายนอกของวิทยาศาสตร์
13. เพราะว่าวิทยาศาสตร์คือกิจกรรมเกี่ยวกับมนุษย์, สิ่งซึ่งประเมินค่าไว้สูงในอิทธิพลสังคมก็จะประเมินค่าไว้สูงในวิทยาศาสตร์...
14. ทิศทางของการค้นคว้าวิจัยเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ถูกกระทบโดยอิทธิพลไม่เป็นทางการภายในวัฒนธรรมของวิทยาศาสตร์เองเช่นเดียวกันกับความคิดเห็นที่เหนือกว่าซึ่งคำถามส่วนมากน่าสนใจ หรือวิธีของการไต่สวนพอสมควรมีผลมาก กระบวนการซับซ้อนรวมถึงตัวเองนักวิทยาศาสตร์ถูกพัฒนาการเสนอการค้นคว้าวิจัยโดยรับเงินทุน, และคณะกรรมการของนักวิทยาศาสตร์แนะนำความก้าวหน้าในวินัยต่างๆที่จะมีสิทธิก่อนสำหรับการรับเงินทุน
15. การกระจัดกระจายของข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์อย่างรุนแรงในความก้าวหน้า ของวิทยาศาสตร์ นักวิทยาศาสตร์จำนวนหนึ่งแสดงการค้นพบของเขาทั้งหลาย และทฤษฎีในกระดาษถูกส่งให้ที่การชุมนุม หรือจัดทำในวารสารเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ กระดาษเหล่านั้นทำให้นักวิทยาศาสตร์สามารถที่จะแจ้งบอกเกี่ยวกับงานของเขาทั้งหลาย, เพื่อเปิดเผยแนวความคิดของเขาทั้งหลายถูกวิจารณ์โดยนักวิทยาศาสตร์อื่นๆและแน่นอน, เพื่อเป็นแนวเดียวกันของการพัฒนาเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์รอบๆโลก
วันเสาร์ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2553
วันเสาร์ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2553
พรบ.แนวทางการจัดการศึกษา หมวด ๔ แก้ไข ๒๕๔๔ โดยสรุป
มาตรา ๒๒ ให้ยึดหลักว่าผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ และถือว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด
มาตรา ๒๓ การจัดการศึกษาต้องให้ความสำคัญทั้งความรู้และคุณธรรม รวมทั้งบูรณาการการสาระต่างๆเข้าด้วยกันในเรื่องดังต่อไปนี้
- ความรู้เรื่องเกี่ยวกับตนเอง และความสัมพันธ์ของตนเองกับสังคม ได้แก่ ครอบครัว ชุมชน ชาติ และสังคมโลก รวมถึงความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ความเป็นมาของสังคมไทยและระบบการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
- ความรู้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในเรื่องการบำรุงรักษาและการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลยั่งยืน
- ความรู้เกี่ยวกับศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม การกีฬา ภูมิปัญญาไทยและการประยุกต์ใช้ภูมิปัญญา
- ความรู้ และทักษะด้านคณิตศาสตร์ และด้านภาษา เน้นการใช้ภาษาไทยอย่างถูกต้อง
- ความรู้ และทักษะในการประกอบอาชีพและการดำรงชีวิตอย่างมีความสุข
มาตรา ๒๔ เกี่ยวข้องกับสถานศึกษาอันได้แก่
- จัดกิจกรรมและสาระให้สอดคล้องกับความชอบ ความสนใจของผู้เรียน โดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล
- ฝึกกระบวนการคิด เพื่อป้องกันและแก้ปัญหาได้
- จัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง
- รักการอ่าน
- เรียนรู้ตลอดชีวิต ได้ทุกที่ทุกเวลา
- ใช้การวิจัยเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนการสอน
- ปลูกฝังคุณธรรมในทุกวิชา
- จัดสภาพแวดล้อมบรรยากาศให้เหมาะสมแก่การเรียนรู้
- ใช้ลื่อเทคโนโลยีในการเรียนการสอน
- มีความร่วมมือจากผู้ปกครอง และชุมชน
มาตรา ๒๕ ส่งเสริมการดำเนินงานและการจัดตั้งแหล่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตทุกรูปแบบ เช่น ห้องสมุด หอศิลป์ ศูนย์กีฬาและแหล่งเรียนรู้ต่างๆ เป็นต้น
มาตรา ๒๖ สถานศึกษาจัดให้มีการประเมินพัฒนาการของผู้เรียน ความประพฤติ การสังเกตพฤติกรรมการเรียนการร่วมกิจกรรมและการทดสอบควบคู่ไปในกระบวนการเรียนการสอน รวมทั้งมีวิธีการจัดสรรโอกาสการเข้าศึกษาต่อที่หลากหลาย และนำผลการประเมินมาพิจารณาด้วย
มาตรา ๒๖ คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนดหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อความเป็นไทย ความเป็นพลเมืองที่ดีของชาติ การดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพ
มาตรา ๒๗ คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนดหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อความเป็นไทย ความเป็นพลเมือง
ที่ดีของชาติ การดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพ และจัดทำหลักสูตรที่เกี่ยวกับปัญหาของชุมชนและสังคม ภูมิปัญญาท้องถิ่น คุณลักษณะอันพึงประสงค์เพื่อเป็นสมาชิกที่ดีของครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติ
มาตรา ๒๘ จัดให้มีความเหมาะสมแต่ละระดับโดยมุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตของบุคคลให้เหมาะสมแก่วัยและศักยภาพพัฒนาคนให้มีความสมดุลทั้งด้านความรู้ ความคิด ความสามารถ ความดีงามและความรับผิดชอบต่อสังคม
สาระของหลักสูตร ทั้งที่เป็นวิชาการ และวิชาชีพ ต้องมุ่งหมายพัฒนาคนให้มีความสมดุลทั้งด้านความรู้ ความคิด ความสามารถ ความดีงาม
และความรับผิดชอบต่อสังคม
สำหรับหลักสูตรการศึกษาระดับอุดมศึกษา นอกจากคุณลักษณะในวรรคหนึ่งและวรรคสองแล้ว ยังมีความมุ่งหมายเฉพาะที่จะพัฒนาวิชาการ
วิชาชีพชั้นสูงและการค้นคว้าวิจัย เพื่อพัฒนาองค์ความรู้และพัฒนาสังคม
มาตร ๒๙ ให้สถานศึกษาร่วมกับบุคคล ครอบครัว ชุมชน องค์กรชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีการแสวงหาความรู้ ข้อมูลข่าวสาร และรู้จักเลือกสรรภูมิปัญญาและวิทยาการต่าง ๆ เพื่อพัฒนาชุมชนให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาและความต้องการ รวมทั้งหาวิธีการสนับสนุนให้มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การพัฒนาระหว่างชุมชน
มาตรา ๓๐ ให้สถานศึกษาพัฒนากระบวนการเรียนการสอนที่มีประสิทธภาพ รวมทั้งการส่งเสริมให้ผู้สอนสามารถวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับผู้เรียนในแต่ละระดับการศึกษา
มาตรา ๒๒ ให้ยึดหลักว่าผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ และถือว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด
มาตรา ๒๓ การจัดการศึกษาต้องให้ความสำคัญทั้งความรู้และคุณธรรม รวมทั้งบูรณาการการสาระต่างๆเข้าด้วยกันในเรื่องดังต่อไปนี้
- ความรู้เรื่องเกี่ยวกับตนเอง และความสัมพันธ์ของตนเองกับสังคม ได้แก่ ครอบครัว ชุมชน ชาติ และสังคมโลก รวมถึงความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ความเป็นมาของสังคมไทยและระบบการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
- ความรู้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในเรื่องการบำรุงรักษาและการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลยั่งยืน
- ความรู้เกี่ยวกับศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม การกีฬา ภูมิปัญญาไทยและการประยุกต์ใช้ภูมิปัญญา
- ความรู้ และทักษะด้านคณิตศาสตร์ และด้านภาษา เน้นการใช้ภาษาไทยอย่างถูกต้อง
- ความรู้ และทักษะในการประกอบอาชีพและการดำรงชีวิตอย่างมีความสุข
มาตรา ๒๔ เกี่ยวข้องกับสถานศึกษาอันได้แก่
- จัดกิจกรรมและสาระให้สอดคล้องกับความชอบ ความสนใจของผู้เรียน โดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล
- ฝึกกระบวนการคิด เพื่อป้องกันและแก้ปัญหาได้
- จัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง
- รักการอ่าน
- เรียนรู้ตลอดชีวิต ได้ทุกที่ทุกเวลา
- ใช้การวิจัยเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนการสอน
- ปลูกฝังคุณธรรมในทุกวิชา
- จัดสภาพแวดล้อมบรรยากาศให้เหมาะสมแก่การเรียนรู้
- ใช้ลื่อเทคโนโลยีในการเรียนการสอน
- มีความร่วมมือจากผู้ปกครอง และชุมชน
มาตรา ๒๕ ส่งเสริมการดำเนินงานและการจัดตั้งแหล่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตทุกรูปแบบ เช่น ห้องสมุด หอศิลป์ ศูนย์กีฬาและแหล่งเรียนรู้ต่างๆ เป็นต้น
มาตรา ๒๖ สถานศึกษาจัดให้มีการประเมินพัฒนาการของผู้เรียน ความประพฤติ การสังเกตพฤติกรรมการเรียนการร่วมกิจกรรมและการทดสอบควบคู่ไปในกระบวนการเรียนการสอน รวมทั้งมีวิธีการจัดสรรโอกาสการเข้าศึกษาต่อที่หลากหลาย และนำผลการประเมินมาพิจารณาด้วย
มาตรา ๒๖ คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนดหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อความเป็นไทย ความเป็นพลเมืองที่ดีของชาติ การดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพ
มาตรา ๒๗ คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนดหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อความเป็นไทย ความเป็นพลเมือง
ที่ดีของชาติ การดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพ และจัดทำหลักสูตรที่เกี่ยวกับปัญหาของชุมชนและสังคม ภูมิปัญญาท้องถิ่น คุณลักษณะอันพึงประสงค์เพื่อเป็นสมาชิกที่ดีของครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติ
มาตรา ๒๘ จัดให้มีความเหมาะสมแต่ละระดับโดยมุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตของบุคคลให้เหมาะสมแก่วัยและศักยภาพพัฒนาคนให้มีความสมดุลทั้งด้านความรู้ ความคิด ความสามารถ ความดีงามและความรับผิดชอบต่อสังคม
สาระของหลักสูตร ทั้งที่เป็นวิชาการ และวิชาชีพ ต้องมุ่งหมายพัฒนาคนให้มีความสมดุลทั้งด้านความรู้ ความคิด ความสามารถ ความดีงาม
และความรับผิดชอบต่อสังคม
สำหรับหลักสูตรการศึกษาระดับอุดมศึกษา นอกจากคุณลักษณะในวรรคหนึ่งและวรรคสองแล้ว ยังมีความมุ่งหมายเฉพาะที่จะพัฒนาวิชาการ
วิชาชีพชั้นสูงและการค้นคว้าวิจัย เพื่อพัฒนาองค์ความรู้และพัฒนาสังคม
มาตร ๒๙ ให้สถานศึกษาร่วมกับบุคคล ครอบครัว ชุมชน องค์กรชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีการแสวงหาความรู้ ข้อมูลข่าวสาร และรู้จักเลือกสรรภูมิปัญญาและวิทยาการต่าง ๆ เพื่อพัฒนาชุมชนให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาและความต้องการ รวมทั้งหาวิธีการสนับสนุนให้มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การพัฒนาระหว่างชุมชน
มาตรา ๓๐ ให้สถานศึกษาพัฒนากระบวนการเรียนการสอนที่มีประสิทธภาพ รวมทั้งการส่งเสริมให้ผู้สอนสามารถวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับผู้เรียนในแต่ละระดับการศึกษา
วันอังคารที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2553
อนุทินรายสัปดาห์ครั้งที่ 1 ของพอรินทร์ ปวท. ภาคพิเศษ รุ่นที่ 2
อนุทินรายสัปดาห์ครั้งที่ 1
วิชา 01159521 Science curriculum Developement การพัฒนาหลักสูตรวิทยาศาสตร์
วันอาทิตย์ที่ 6 มิถุนายน 2553
นางสาวพอรินทร์ พุกพูนธนพัฒน์(รัชนีกร)
นิสิต ปวท. ภาคพิเศษ รุ่นที่ 2
รหัสนิสิต 5314650118
ปีการศึกษา 2553 ภาคเรียนที่ 1
_________________________
ในครั้งแรกนั้นเป็นการพูดถึงการศึกษา จะสอดคล้องกับปรัชญา นั้นเพื่อกำหนดเป้าหมายทางการศึกษา หมายถึง การผลิตบุคคลาการให้มีลักษณะตามที่ประเทศต้องการ เช่น เป็นคนมีคุณธรรม เป็นต้น ปรัชญาทางการศึกษา จะเป็นตัวกำหนดหลักสูตรการสอน ซึ่งในประเทศไทยของเราได้มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงหลักสูตรอยู่หลายครั้ง และมักตั้งชื่อเป็น พ.ศ. เช่น หลักสูตร พ.ศ.2544 หรือ พ.ศ. 2551 ซึ่งแต่ละหลักสูตรนั้นได้นำเอาปรัชญาทางการศึกษา มาเป็นตัวกำหนดเป้าหมายในแต่ละหลักสูตรแตกต่างกันไป เช่น หลักสูตร พ.ศ. 2544 ใช้หลักปรัชญาปฎิรูปนิยม เน้นให้ผู้เรียนทำประโยชน์แก่สังคม หรือ หลักสูตร พ.ศ.2551ใช้หลักการอัตนิยมที่เน้นเสรีภาพ ให้ผู้เรียนเลือกด้วยตนเองในสิ่งที่ตนเองชอบ ปรัชญาทางการศึกษามักมาจากทางตะวันตกเพราะมีความน่าเชื่อถือมากกว่า และครูสมรรถที่ดี ควรที่จะ สอนเก่ง วิจัยเก่ง เขียนตำราเก่ง เป็นวิทยากรเก่ง และเข้าเป็นสมาชิกในองค์กร และในวิชาวิทยาศาสตร์ ต้องสอนให้นักเรียนมีการสืบเสาะ และรวบรวมข้อมูลความรู้ใหม่บวกกับประสบการณ์เดิมของผู้เรียน เกิดเป็นองค์ความรู้ใหม่ อาจารย์ยังให้เราได้ทันเทคโนโลยีโดยให้เราสร้าง blog ของตนเองและส่งงานอาจารย์ทาง blog นี้อีกด้วยเป็นการเพิ่มความสะดวกในการส่งการบ้าน แต่การแปลงานภาษาอังกฤษนั้นยังไม่คล่องเท่าใดนักค่ะ จึงต้องขอฝึกฝนต่อไปคค่ะ
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)
